( Quantitativetechniques in
public Adminitration )
1.
ใครเป็นผู้นำแนวความคิดเกี่ยวกับพาราไดม์ มาใช้ในการพัฒนาวิชาการบริหารรัฐกิจ
ก. Thomas S.
Kuhn
ข. Lawrence C.
Mayer
ค. Nicholas Henny
ง. Woodrow Wilson
คำตอบ ข้อ ค. Nicholas Henny
2. การศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคเชิงปริมาณในการบริหารถือว่าเป็นแนวทางการศึกษาแนวทางหนึ่งของวิชาใด
ก. วิชาการบริหารรัฐกิจ หรือ รัฐประศาสนศาสตร์
ข. วิชาการบริหารธุรกิจ หรือ คณิตศาสตร์
ค. วิชาการบริหารรัฐกิจ หรือ วิทยาศาสตร์
ง. วิชาการบริหารธุรกิจ หรือ การเงินบัญชี
คำตอบ ข้อ ก. วิชาการบริหารรัฐกิจ
หรือ รัฐประศาสนศาสตร์
3. แนวทางการศึกษาวิชาการบริหารรัฐกิจ
หรือ รัฐประศาสนศาสตร์เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร
ก. วิทยาการบริหารรัฐกิจ
ข. วิทยาการบริหาร
ค. วิทยาการจัดการภาครัฐ
ง. วิทยาการจัดการ
คำตอบ ข้อ ง. วิทยาการจัดการ
4. นักวิชาการบางกลุ่มศึกษาแนววิทยาการจัดการในการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์
สำนักคณิตศาสตร์ และ
มีเทคนิคเชิงปริมาณ ข้อใดไม่ใช่เทคนิคเชิงปริมาณ
ก. ไซเบอร์เนติก
(
Cybernetics )
ข. การวิจัยการปฏิบัติ ( Operations Research : OR )
ค. ตัวแบบจำลอง
(
Simulation )
ง. สมมติฐาน
( Hypothesis )
คำตอบ
ข้อ ง. สมมติฐาน ( Hypothesis )
5. การศึกษาที่เกิดจากการจำเอาความรู้ทางด้านวิทยาการจัดการ มารวมเข้ากับความรู้ทางด้านพฤติกรรม
ศาสตร์มาศึกษาทางการบริหารทั้งทางบริหารธุรกิจ
และบริหารรัฐกิจโดยศึกษาการวินิจฉัยสั่งการ หรือ
การตัดสินใจการพัฒนาองค์การและภาวะผู้นำ
คือความหมายในข้อใด
ก. วิทยาการจัดการ
( Management
Science )
ข. วิทยาการบริหาร ( Administrative Science )
ค. วิทยาการระบบ
( System
Science )
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ข. วิทยาการบริหาร ( Administrative Science )
6. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในระบบราชการ
ก. ด้านการเมือง
ข. ด้านพฤติกรรมศาสตร์
ค. ด้านเศรษฐกิจ
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ก.
ด้านการเมือง
7.
การบริหารรัฐกิจในปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญในการนำเอาเทคนิคเชิงปริมาณมาใช้ในการบริหารงาน
มากยิ่งขึ้นด้วยเหตุผลหลายประการ ข้อใดไม่ใช่เหตุผล
ก. การบริหารงานมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
ข.
ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่
ค. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ค. ถูกทั้งข้อ
ก. และข้อ ข.
8. ข้อใดไม่ใช่ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่
ก. การพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีขนาดเล็ก
ราคาถูก
ข. การพัฒนาระบบการติดต่อสื่อสาร เช่น
คลื่นไมโครเวฟ
ค. ภาวะการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดขององค์การ
ง. การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์
คำตอบ
ข้อ ง.
การประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์
9. Ludwig Von Bertanlanfly นักชีววิทยาได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีระบบทั่วไป
( General System Theory) ในปี ค.ศ. ใด
ก. 1918
ข. 1919
ค. 1920
ง. 1921
คำตอบ
ข้อ ค. 1920
10. ในปีค.ศ. 1947
Norbert Weiner
ได้นำแนวคิดเรื่อง ระบบมาศึกษาลักษณะการติดต่อสื่อสารและการ
ควบคุมในมนุษย์ และเครื่องจักร โดยเรียกระบบนี้ว่าอะไร
ก. Magnetic
ข. Cybernetics
ค. Genetic
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ข. Cybernetics
11. ทฤษฎีระบบของใคร ที่ถือว่าเป็นการสร้าง “ โครงกระดูกของศาสตร์
” ( The Skeletion of a Science )
ก. Bertanlanfly
ข. David Easton
ค. Richard Johnson
ง. Fremon Kast
คำตอบ
ข้อ ก. Bertanlanfly
12. ระบบข่าวสารการบริหาร ตัวย่อ คือ MIS ดังนั้น MIS ย่อมาจากอะไร
ก. Management Science
ข. Management Information System
ค. Mechanical Informal Science
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ข. Management
Information System
13.
ข้อใดไม่ใช่ทฤษฎีหรือการวิจัยของเทคนิคเชิงปริมาณ
ก. ทฤษฎีความน่าจะเป็น
ข. ทฤษฎีเกม
ค. ทฤษฎีการรอคอย
ง. ทฤษฎีการมีส่วนร่วม
คำตอบ
ข้อ ง. ทฤษฎีการมีส่วนร่วม
14. ไซเบอร์เนติกส์ Cybernetics พัฒนามาจากแนวคิดเรื่องระบบ
เป็นทฤษฎีพื้นฐานของวิทยาการจัดการ
( Management Science ) หรืออาจเรียกได้อย่างหนึ่งว่าเป็นศาสตร์เกี่ยวกับอะไร
ก. ข้อมูล
ข. ข่าวสาร
ค. สื่อสาร
ง. สารสนเทศ
คำตอบ
ข้อ ข.
ข่าวสาร ( Science of Messages )
15. นักคณิตศาสตร์ของสหรัฐฯ
ท่านใดเป็นผู้บุกเบิกการศึกษาเรื่องไซเบอร์เนติกส์
ก. John Forbes Nash , Jr.
ข. Paul Seymour
ค. Norbert Weiner
ง. Donald Ervin Knuth
คำตอบ
ข้อ ค. Norbert
Weiner
16. Norbert Weiner ได้เขียนหนังสือชื่อ
“ Cybernetics ”
เขาเขียนหนังสือเล่มนี้ในปี ค.ศ.ใค
ก. 1945
ข. 1946
ค. 1947
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ค.
1947
17. ในปี ค.ศ. 1950 Norbert Weiner ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาถึงรูปแบบของระบบต่างๆ
ทั้งที่เป็น
สิ่งมีชีวิตและเครื่องจักรกล หนังสือเล่มนั้นชื่ออะไร
ก. The Human Use of Human Being
ข. The Human Use of Human Start
ค. The Human Use of Humangoing
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ก. The Human
Use of Human Being
18. ข้อใดไม่ใช่ระบบข่าวสารเพื่อการบริหารงาน
ก. การวางแผน
ข. การประสานงาน
ค. การควบคุม
ง. การประชาสัมพันธ์
คำตอบ
ข้อ ง.
การประชาสัมพันธ์
19.
กระบวนการทำการเปลี่ยนรูปจากข้อมูลดิบให้เป็นข่าวสารที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้นั้น
เรียกว่า
กระบวนการใด
ก. กระบวนการข่าวกรอง
ข. กระบวนการข่าวสาร
ค. กระบวนการประมวลผลข้อมูล
ง. ไม่มีข้อใดถูก
คำตอบ
ข้อ ค.
กระบวนการประมวลผลข้อมูล ( Data Processing Process )
20. ข่าวสารการบริหาร แบ่งออกเป็น 3 ระดับ
ข้อใดไม่จัดอยู่ในประเภทข่าวสารการบริหาร
ก. ข่าวสารสำหรับนักบริหารระดับสูง
ข. ข่าวสารสำหรับนักบริหารระดับกลาง
ค. ข่าวสารสำหรับนักบริหารระดับพื้นราบ
ง. ข่าวสารสำหรับนักบริหารระดับล่าง
คำตอบ
ข้อ ค. ข่าวสารสำหรับนักบริหารระดับพื้นราบ